Bloodride เส้นทางเลือดโชก 6 เรื่องสยองก่อนนอนจาก

ภาพรวมของการตีความคำว่า เส้นทางเลือดโชกในความหมายของผู้กำกับ และจากการดูของเราแล้วเป็นการมีวิบากกรรมที่มันรันทดคดแค้น แทบลากเลือด หรือในบางรายก็ได้เลือดโชกกันตามชื่อหนังเลยล่ะ การจั่วหัวเรื่องในซีรีส์ 6 ตอนนั้นจะเริ่มจากรถบัส 1 คันและคนขับหน้าตาเจ้าเล่พิกล หากฉายภาพไปที่ใครแล้วมีเลือดไหลหรือเจ็บปวดแปลว่าในตอนนั้นจะเป็นเรื่องของบุคคลคนนั้น ซึ่งต่างจากที่คิดว่าในตอนแรกว่าจะมีเหตุการณ์อะไรบ้างในรถไหมก็คือไม่มี เหมือนแค่มาเป็นไตเติ้ลเฉยๆ แอบผิดหวังน้อย แต่พอไปดูตามเนื้อซีรีย์แต่ละตอนแล้วหลังจากนั้นก็พอจะให้อภัยได้อยู่

ตอนที่ 1 การเสียสละขั้นสุดยอด
 

Ep.1 การเสียสละขั้นสุดยอด – Bloodride
Ep.1 การเสียสละขั้นสุดยอด – Bloodride
ครอบครัว 2 พ่อแม่ลูกพึ่งย้ายจากในเมืองใหญ่มาสู่ชนบท โดยที่ผู้เป็นแม่ไม่เห็นด้วยกับการต้องมาอยู่ชนบทนัก แต่พวกเขาจำเป็นด้วยขัดสนเรื่องเงิน จนกระทั่งคุณได้พับกับพฤติกรรมสุดแปลกของเหล่าเพื่อให้นบ้าน ต่อสัตว์เลี้ยงที่พวกเขามี ความลับของเมืองที่คุณบังเอิญถูกพบจะเปลี่ยนความคิดของคุณที่มีต่อเมืองนี้

การดำเนินเรื่องค่อนข้างเร็วอาจด้วยความเป็นหนังสั้น ทำให้ขาดรายละเอียดจนทำให้ไม่สามารถปะติปะต่อได้อะไรบางอย่าง แต่โดยรวมแล้วยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างเข้าใจได้  ตอนจบที่หักมุม แต่เนื้อเรื่องช่วงอื่นก็เดาง่ายสำหรับใครที่ดูหนังแนวสยองขวัญบ่อย สำหรับผู้เขียนแล้วขอยกให้อยู่ในชั้น 2 จาก 6 เรื่อง เหตุเพราะผู้สร้างยกออกมาเป็นเรื่องแรกในซีรีส์ มันจึงมีความประทับใจแรกมากพอสมควร

Spoil
ตอนที่ 2 สามพี่น้องสุดวิปริต
รีวิว Bloodride
Ep.2 สามพี่น้องสุดวิปริต
เอริกชายชายหนุ่มอดีตคนไข้แผนกจิตเวช ภายหลังที่เข้ารับการบำบัด 3 เดือนจนได้ออกจาโรงพยาบาล ก็ตัดสินใจขับรถไปที่กระท่อมเก่าของครอบครัวอีกรอบพร้อมกับพี่ชายอีก 2 คน  เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อมีหญิงสาวแปลกหน้ามาร่วมในคราวนี้ด้วย

ปูทางเนื้อเรื่องมาดีมากแทบไม่สะดุดหรือเอะใจเลย เรื่องนี้ไม่ได้มีเงื่อนงำอะไรอย่างมาก ไม่ได้ต้องคิดตามอะไรเยอะ ในหนังมีคำตอบแบบโจ่งแจ้ง เป็นเรื่องเดียวที่มีคำตอบกระจ่างที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ ขอจัดให้อยู่ในชั้น 3 จาก 6

Spoil
 

ตอนที่ 3 นักประพันธ์โฉด
รีวิว Bloodride
Ep.3 นักประพันธ์โฉด
โอลิเวียตัดสินใจเข้าคลาสเรียนเขียนนิยาย บทเรียนที่คุณได้รับและการได้พบเพื่อให้นใหม่นั้น ทำให้ชีวิตของคุณเปลี่ยนไปโดยปริยาย

ยกให้เป็นชั้น 1 จาก 6 เรื่อง  สำหรับความชอบส่วนตัว ในส่วนของการดำเนินเรื่องหักมุมจนแทบตามไม่ทัน ลุ้นระทึกที่สุดจากทุกเรื่องในซีรีส์ ให้ข้อคิด 1 อย่างว่าควรแยกโลกจริงกับโลกจินตนาการให้ออก อย่าคิดไปเองคนเดียว

Spoil
ตอนที่ 4 หนูในห้องลอง
รีวิว Bloodride
Ep.4 หนูในห้องลอง
แวดวงยานั้นอยู่ยาก เมื่อยาต้นแบบที่พึ่งถูกศึกษาและทำการค้นพบถูกขโมยไป ทั้งที่ในบ้านมีเพียงแขกไม่กี่คน รวมทั้งการ์ดและเมียของเขา กระบวนการซักถามและจับขโมยจึงได้เริ่มขึ้น เขาได้จับให้ทุกคนเข้าไปในห้องลองและเปิดแก๊สอัดลงไป พร้อมกับตั้งรหัสในห้องลองเป็นรหัสเดียวกับตู้เซฟที่เก็บยาเอาไว้ หากใครเป็นหัวขโมยก็จะสามารถออกมาจากห้องได้นั่นเอง

ชั้น 5 จาก 6 ปูทางเรื่องมาดีมากแต่เสียดายที่รวบเรื่องจนทุกอย่างรวดเร็วมาก ถ้าให้เทียบกับหนังแนวเหมือนกันเรื่องนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แอบหวังว่าจะมีเงื่อนงำมากกว่านี้แต่พอเฉลยและแล้วเลย เฉยๆไปหน่อย แต่แอบมีสะใจตอนท้ายนิดหน่อย

Spoil
ตอนที่ 5 โรงเรียนเก่า
รีวิว Bloodride
Ep.5 โรงเรียนเก่า
คุณครูสาวที่พึ่งย้ายมาสอนที่โรงเรียนในชนบทแห่งหนึ่งที่เคยปิดตัวไปถึง 40 ปี เสียงแปลกภายในโรงเรียนทำให้คุณสงสัยเกี่ยวกับโศกนาฎกรรมที่ไม่เคยถูกเปิดเผย

แปลกแยกที่สุดในซีรีส์ก็ว่าได้ เพราะเป็นเรื่องเดียวที่มีวิญญานเผ่านาเกี่ยวข้อง เพราะมีเหตุการณ์เกิดไปก่อนที่ตัวละครจะมาเจออยู่แล้ว ส่วนอีก 5 เรื่องนั้นเป็นแบบตัวละครพึ่งจะพบเจอ เนื้อเรื่องเนือยๆไม่มีอะไรมาก เหมือนหนังผีทั่วไป แต่ไม่น่ากลัว เพราะความที่มันเป็นแค่ตอนสั้นๆ ไม่สามารถทำให้ขนหัวลุกได้อย่างมากอะไร

ตอนที่ 6 ปัญหาใหญ่ที่ไม่มีใครอยากกล่าวถึง
รีวิว Bloodride
Ep.6 ปัญหาใหญ่ที่ไม่มีใครอยากเอ๋ยถึง
พนักงานหมู่สองคนพยายามค้นหาความจริงในงานเลี้ยงสังสรรค์ของบริษัท ความเกี่ยวพันลับๆของเพื่อให้นร่วมงานและหญิงสาวผู้โชคร้าย จะถูกเปิดโปงโดยพวกเขาไหม

ชั้น 4 จาก 6 ค่อนข้างคาดหวังกับเรื่องสุดท้ายนี้มากว่ามันจำเป็นต้องเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนไม่มีใครอยากยุ่ง  มีเบื้องหน้าเบื้องลึก แบบหนังเกรดเอ แต่ปรากฎว่าก็ไม่ได้นำพานัก จัดอยู่ในระดับกลางๆ ไม่น่าเบื่อ แต่ก็ไม่ว้าวมาก อารมณ์ดูแล้วหลังจากนั้นก็ได้แต่หัวเราะ หึๆ

ดูต่อหรือพอแค่นี้ ?
โดยรวมแล้วเหมือนเป็นการยำรวมหนังสยองขวัญในทุกแบบที่จะมีได้ ไม่ได้แปลกใหม่ไปจากที่สร้างกันมาก่อนอยู่แล้ว แต่ก็ถือว่าทำได้ดีและสามารถดูได้ ไม่ติดขัดอะไร เพียงเรื่องเดียวที่ขอติก็คือหนังมีความสั้นและรวบรัดเกินไป ซึ่งเป็นทั้ง 6 เรื่อง แต่ก็จะมีบางเรื่องอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่ายังพอสรุปได้กระจ่างและเข้าใจ ในส่วนของความขัดใจอีกอย่างคือถ้าไม่คุ้นภาษานอร์เวย์อาจจะรำคาญหน่อยๆ เพราาะไม่มีพากย์ไทย ส่วนพากย์อังกฤษมี แต่พากย์ได้ไม่ถึงอารมณ์หนังทเ่าไหร่ แนะนำให้ดูเสียงต้นฉบับจะดีมากกว่ามาก